วิธีเล่นไพ่นกกระจอก ตอน 3 การคิดคะแนน

5:13 am by sungsin

ระบบการคิดแต้มของไพ่นกกระจอกญี่ปุ่น

ศัพท์ที่ควรทราบ
ก่อนที่จะมาทำความเข้าใจกับระบบคิดแต้ม มีคำศัพท์ที่อยากให้ทราบกันก่อน 4 คำ ดังนี้ครับ
Fu(符 – ฟุ) ในไพ่นกกระจอกคำนี้ใช้เป็นหน่วยนับปริมาณแต้มย่อยที่จะได้รับ
Han(翻 – ฮัง/ฮั่ง/ฟั่ง) ในไพ่นกกระจอกคำนี้ใช้เป็นหน่วยนับปริมาณตัวคูณทดของแต้มที่จะได้รับ
Yaochuupai(么九牌 – ไพ่เยา) ได้แก่ ไพ่เลข 1, 9 และ ไพ่อักษร
Chuuchanpai(中張牌) หรือ Tanyaohai(断么九牌 – ไพ่ทันเยา) หมายถึงไพ่ที่ไม่ใช่ไพ่เยา ได้แก่ ไพ่เลข 2 – 8

ขั้นตอนในการคำนวนแต้ม
ประกอบด้วยขั้นตอนหลักๆ ดังนี้
1. คำนวณ Fu
2. คำนวณ Han
3. คำนวณแต้มรวม

การคำนวณ Fu
ฟุหรือคะแนนย่อยมีลำดับในการคำนวณดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณคะแนนฟุพื้นฐาน
- กำหนดให้ ฟูเทย์(副底) เป็นคะแนนพื้นของคนที่ขานชนะมี 20 ฟุ (คะแนนฟรี)
- ในกรณีที่ชนะด้วยการล่งด้วยหน้าไพ่ปิด (Menzen) จะทำให้ได้ฟุเพิ่มอีก 10 ฟุ เรียกว่า 門前加符(Menzenkafu : ฟุเพิ่มจากหน้าไพ่ปิด)
- ในกรณีที่สึโมะจะได้เพิ่มอีก 2 ฟุ *ยกเว้น กรณีที่สึโมะด้วยยาคุ พินฟุ จะไม่ได้ 2 ฟุนี้
ขั้นตอนที่  2: คำนวณจากหน้าไพ่ที่ทำได้
แบ่งได้ตามชุดของไพ่ในมือ
1. คู่: ปกติแล้วคู่เกือบแทบทั้งหมดจะไม่มีฟุ แต่จะมีชุดคู่ที่มีฟุ ได้แก่ คู่ของมังกร, ลมประจำรอบ, ลมประตนเอง เท่านั้น ชุดคู่ทุกชุดจะมีคะแนน 2 ฟุ แต่จะมีเพียงกรณีพิเศษอันเดียวที่จะได้ 4 ฟุ จาก คู่ที่ทำได้เป็นคู่ลมตนเอง และลมตนเองนั้นตรงกับลมรอบด้วย
2. ชุดเรียง ไม่มีฟุ
3. ชุดตอง จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
- ตองของไพ่เยา ตองปิดจะได้ 8 ฟุ ตองเปิดได้ 4 ฟุ
- ตองของไพ่ทันเยา ตองปิดได้ 4 ฟุ ตองเปิดได้ 2 ฟุ
4. ชุดคั่ง แบ่งเป็น 2 ประเภทเหมือนกับชุดตอง
- คั่งของไพ่เยา คั่งปิดได้ 32 ฟุ คั่งเปิดได้ 16 ฟุ
- คั่งของไพ่ทันเยา คั่งปิดได้ 16 ฟุ คั่งเปิดได้ 8 ฟุ
* สังเกตว่าชุดคั่งกับชุดตองมีหลักการเหมือนกันคือ ถ้าเปิดจะได้น้อยกว่าปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง

ตารางแสดงคะแนนรวมของทุกชุด

ขั้นตอนที่ 3: คำนวนจากชนิดของการรอเพื่อเอาชนะ
การรอ (待ち: machi) ในไพ่นกกระจอก แบ่งการรอออกเป็น 5 ประเภทดังนี้
1. รอ 2 ข้าง (両面待ち: ryoumen-machi) ได้ 0 ฟุ

ตัวอย่างชุดไพ่ที่รอ 2 ข้าง

รอ  หรือ 

2. รอชุดตอง (双碰待ち: shanpon-machi) ได้ 0 ฟุ

ตัวอย่างชุดไพ่ที่รอชุดตอง

รอ  หรือ 

3. รอกลาง (嵌張待ち: kanchan-machi) ได้ 2 ฟุ

ตัวอย่างชุดไพ่ที่รอตรงกลาง

รอ 

4. รอขอบ (辺張待ち: penchan-machi) ได้ 2 ฟุ

ตัวอย่างชุดไพ่ที่รอขอบ (รอปลายเดียว)

รอ 

5. รอคู่ (単騎待ち: tanki-machi) ได้ 2 ฟุ

ตัวอย่างชุดไพ่ที่รอคู่

รอ 

*สังเกตว่าในกรณีีที่เป็นการรอไพ่เ้พียงชนิดเดียว จะทำให้ได้ฟุเพิ่ม
*บางกรณีอาจจะดูแปลกแต่ให้ดูความเป็นไปได้ในการรอที่มากที่สุด เป็นหลักอย่างเช่นหน้าไพ่

รอ  หรือ 

ต้องมองว่าเป็นการรอ 2 ด้าน ถึงจะบอกว่า 678 ในมือเป็นชุดเรียง กำลังรอคู่ 8 อยู่ ก็จริงแต่ในความเป็นจริง เมื่อหยิบได้ 5 มาก็ชนะ ดังนั้นให้คิดถึงการรอที่กว้่างที่สุดเป็นหลัก ฉะนั้นในชุดนี้ถือว่ากำลังรอเรียงแบบ 2 ปลายจึงไม่ได้ฟุ

ตารางสรุปฟุที่ได้จากการรอแต่ละประเภท

สุดท้ายให้นำฟุที่ได้จากการคำนวณทั้ง 3 ขั้นตอนมารวมกัน

การคำนวณ Han
การคำนวณฮัง ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากเท่ากับการนับฟุ แต่ความยุ่งยากของมันอยู่ที่การดูว่าหน้าไพ่นี้ประกอบด้วยยาคุอะไรบ้าง แต้มฮังจะประกอบด้วย
1. ฮังที่ได้จากยาคุ ต้องดูว่ายาคุที่ได้มีอะไร และยาคุนี้มีแต้มกี่ฮัง
2. ฮังที่ได้จากโดร่า อันนี้จะอธิบายในหัวข้อโดร่า ข้างล่าง

การคำนวณคะแนนรวม
เมื่อได้แต้มฟุ และ แต้มฮังเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการคำนวณคะแนนรวม ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: การปัดฟุ
ในขั้นตอนนี้จะนำฟุที่คำนวณได้มาปัด โดยมีหลักการปัดคือ ถ้าตัวเลขในหลักหน่วยมีค่ามากกว่า 0 ให้ปัดหลักหน่วยเป็น 0 และบวกหลักสิบขึ้นอีก 1
เช่น
22 ฟุ จะกลายเป็น 30 ฟุ
28 ฟุ จะกลายเป็น 30 ฟุ
30 ฟุ ยังคงเป็น 30 ฟุ
32 ฟุ กลายเป็น 40 ฟุ
102 ฟุ จะกลายเป็น 110 ฟุ
*จะเห็นว่า 22 ฟุ กับ 28 ฟุ ไม่มีความแตกต่างกันเลย เมื่อคำนวณคะแนนจริง

ขั้นตอนที่ 2: การคำนวณแต้มพื้นฐาน (Kihonten: 基本点)
แต้มพื้นฐาน สามารถคำนวณได้จากสูตร
แต้มพื้นฐาน = Fu x 2(han + 2)
*Fu ในที่นี้เป็นฟุที่ปัดเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนที่ 3: การคำนวณแต้มสุทธิ
แต้มสุทธิจะคำนวณจากแต้มพื้นฐาน ที่คำนวณได้ในขั้นตอนที่ 2 ในที่นี้จะขอแบ่งกรณีออกเป็น 2 กรณีคือ กรณีของ ลูกมือ และ กรณีของเจ้ามือ

กรณีลูกมือ

แต้มของลูกมือที่ได้ จะกินได้รวมประมาณ 4 เท่าของ แต้มพื้นฐาน โดยจะแบ่งเป็นกรณี 2 กรณีคือ การอาการิด้วยการ ron กับ tsumo
กรณีที่ ron: จะได้กินจากคนที่ทิ้งโง่ 4 เท่าของแต้มพื้นฐาน
กรณีที่ tsumo: จะได้กินจากเจ้ามือ 2 เท่าของแต้มพื้นฐาน และ 1 เท่าของแต้มพื้นฐานในกรณีลูกมือ

กรณีเจ้ามือ
แต้มของเจ้ามือที่ได้ จะกินได้รวมประมาณ 6 เท่าของ แต้มพื้นฐาน แบ่งเป็นกรณี 2 เหมือนกับของลูกมือคือ การอาการิด้วยการ ron กับ tsumo
กรณีที่ ron: จะได้กินจากคนที่ทิ้งโง่ 6 เท่าของแต้มพื้นฐาน
กรณีที่ tsumo: จะได้กินจากลูกมือทุกคน 2 เท่าของแต้มพื้นฐาน
*สังเกตว่า เจ้ามือจะได้แต้มมากกว่าลูกมือประมาณ 1.5 เท่า

วิธีการคิดคะแนนจะใช้ หลักการปัดขึ้นให้เต็มร้อย เช่น
แต้มพื้นฐาน 320 เจ้ามือชนะ ถ้าเจ้ามือ ron ได้จะได้ แต้มเป็น 320 x 6 = 1920 ปัดขึ้นกลายเป็น 2000 แต่ถ้าเจ้ามือสึโมะ จะได้แต้มเป็น 320 x 2 = 640ปัดขึ้นกลายเป็น 700 จากลูกมือทุกๆ คน รวมแล้วได้ 700 x 3 = 2100 (เยอะกว่าแบบ ron ได้นิดหน่อย)

ตัวอย่างการคำนวณคะแนน

ขอยกตัวอย่างนี้เนื่องจากเห็นว่าได้คำนวนเยอะดี (ตัวอย่างหน้าไพ่เอามาจาก มังงะซากิตอนที่ 47)

สถานการณ์: ซากิเล่นเป็นลูกมือ รอบเป็นรอบใต้ 2 ลมทิศของ ซากิเป็น ลมใต้ ตานี้ซากิชนะด้วยการ Ron และไม่ได้รับโบนัสใดๆ จากโดร่าเลย

ไพ่ที่ได้เป็นดังนี้

กับคั่งปิด 2 ชุด  ล่งด้วยไพ่ 

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณคะแนนฟุพื้นฐาน
ในที่นี้มี 20 ฟุจากฟุพื้น + 10 ฟุ(ล่งด้วยหน้าไพ่ปิด) รวมเป็น 30 ฟุ
ขั้นตอนที่ 2: ฟุจากชุดไพ่บนมือที่ทำได้
เริ่มจากตอง 1 มัง ซึ่งในกรณีนี้ไปล่งมาได้ทำให้ตองที่ได้เป็นตองเปิด ไพ่ 1 มังเป็นไพ่เยา ซึ่งตองไพ่เยาเปิดจะได้ฟุ 4 ฟุ
เรียง 678 โซได้ 0 ฟุ
คู่ลมใต้ เนื่องจากรอบนี้เป็นรอบใต้ และลมของตนเองก็เป็นลมใต้ด้วยส่งผลให้ได้คู่ลมตนเอง ตรงกับ ลมทิศ ได้ 4 ฟุ (Renfuupai)
คั่งปิด 1 พิน กับ คั่งปิดมังกรเขียว ทั้งไพ่ 1 พิน และก็มังกรเขียวต่างก็เป็นไพ่เยาทั้งคู่ คั่งปิดของไพ่เยามีแต้ม 32 ฟุ ทำให้ได้ฟุจากชุึดคั่งนี้รวม 32 + 32= 64 ฟุ
รวมแล้วในขั้นตอนที่สองนี้ได้ฟุไปรวมทั้งหมด 4 + 4 + 64 = 72 ฟุ
ขั้นตอนที่ 3: ฟุที่ได้จากการชนิดของการรอ
ในที่นี้ไพ่บนมือ รอ  กับ  เพื่อให้กลายเป็นชุดตอง จึงเป็นการรอชุดตอง ซึ่งไม่มีฟุ

รวมทั้ง 3 ขั้นตอน จะได้ฟุรวมเป็น 30 + 72 = 102 ฟุ

ต่อมาก็ถึงขั้นตอนของการคำนวณฮังที่ได้ ในรอบนี้เนื่องจากไม่ได้โบนัสจากโดร่าเลย ดังนั้นฮังที่ได้เลยมาจากยาคุอย่างเดียว ซึ่งจากไพ่ข้างต้นมียาคุเพียงยาคุเดียว คือ Fanpai(ตองหรือคั่ง ของ ลมรอบ/ลมประจำทิศของตนเอง หรือ มังกร) ในที่นี้ได้คั่งมังกรเขียวจึงได้ 1 ฮัง จากยาคุ Fanpai

ฉะนั้นรวมแล้วตานี้ซากิได้คะแนน 102 ฟุ/1 ฮัง

ต่อมาจะทำการคำนวนคะแนนสุทธิ โดยเริ่มจาก
ขั้นตอนที่ 1: ปัดฟุ
จาก 102 ฟุที่ทำได้ จึงกลายเป็น 110 ฟุ
ขั้นตอนที่ 2: คำนวนแต้มพื้นฐาน
จากสูตร แต้มพื้นฐาน = Fu x 2(han + 2)
จะได้ แต้มพื้นฐาน = 110 x 2(1 + 2) = 110 x 23 = 110 x 8 = 880 แต้ม
ขั้นตอนที่ 3: คำนวณแต้มสุทธิ
เนื่องจากตานี้ซากิเป็นลูกมือ ไป ron ได้จากผู้เล่นคนอื่น ซึ่งจากเงื่อนไขลูกมือไป ron จะได้แต้มทั้งหมด 4 เท่า ของแต้มพื้นฐาน
ดังนั้นแต้มสุทธิที่ได้จึงเป็น 880 x 4 = 3520 ปัดให้เต็มร้อย จะได้ 3600 แต้ม

สรุปแล้วรอบนี้ซากิได้แต้ม 3600 แต้ม

หน้าไพ่แต้มพิเศษ
หน้าไพ่แต้มพิเศษในไพ่นกกระจอกญี่ปุ่นมีอยู่แบบเดียว คือ หน้าไพ่ 7 คู่ ซึ่งจะได้ยาคุ 2 ฮังที่มีชื่อว่า Chii-Toi-Tsu(七対子) ซึ่งหน้าไพ่นี้จะกำหนดให้แต้มฟุเป็น 25 ฟุ เท่านั้น โดยไม่สนว่าหน้าไพ่ที่ได้จะเป็นคู่อะไร

เช่น

แบบนี้จะได้ยาคุ 2 ยาคุคือ Tanyao(มีไพ่เลขเฉพาะ 2 – 8) และ Chii-Toi-Tsu (7 คู่)
ได้แต้มเป็น 25 fu/3 han
ซึ่งเวลาคำนวณแต้มพื้นฐานจะไม่มีการปัดฟุเหมือนหน้าไพ่แบบอื่น จะได้
แต้มพื้นฐาน = 25 x 2(2+3) = 25 x 32 = 800 แต้ม
ถ้าเป็นลูกมือ ron ก็จะได้ 3200 แต้ม, ถ้าสึโมะก็จะได้จากลูกมือคนอื่นคนละ 800 แต้ม และจากเจ้ามือ 1600 แต้ม
ถ้าเป็นเจ้ามือ ron ก็จะได้ 4800 แต้ม, ถ้าสึโมะก็จะได้จากลูกมือทุกคน คนละ 1600 แต้ม

ขีดจำกัดของคะแนน
หากลองสังเกตดูดี ถ้ามองจากสูตร
แต้มพื้นฐาน = Fu x 2^(han + 2)
จะเห็นว่า ถ้ามองดูเฉพาะในส่วนของ 2^(han + 2) ลักษณะของการเพิ่มขึ้นจะเป็นการทวีคูณด้วยสอง ซึ่งถ้าลองแทนค่า han ลงไปดูก็จะได้ว่า
ที่ han = 1, คือ 8 เท่าของฟุ
han = 2, คือ 16 เท่าของฟุ
han = 3, คือ 32 เท่าของฟุ
han = 5, คือ 128 เท่าของฟุ
han = 7, คือ 512 เท่าของฟุ
ซึ่งถ้าลองคิดดูแค่ที่ han เท่ากับ 5 ถ้าฟุเรามีแค่ 40 ฟุ เราจะมีแต้มพื้นฐานสูงถึง 5120 แต้ม ซึ่งถ้าเป็นเจ้ามือ ron ทีเดียวก็จะได้สูงถึง 5120 x 6 = 30720 กลายเป็น 30800 แต้ม เลยทีเดียว (ตาแรก โดนทีนี่ถึงกับติดลบเลย)
ด้วยการทวีคูณอย่างโหดร้ายนี้เอง จึงมีการกำหนดแต้มสูงสุดของแต้มพื้นฐานขึ้นมา ซึ่งจำกัดแต้มนี้ไว้ 2000 แต้ม ซึ่งหมายความว่าหากแต้มพื้นฐานที่คำนวณได้สูงกว่านี้จะต้องถูกปัดลงเป็น 2000
ปัญหาก็คือ ถ้าได้ 10 ฮัง (4096 เท่าของฟุ) จะไปได้อะไรดีกว่า 7 ฮัง(512 เท่าของฟุ) ดังนั้นจึงมีการกำหนดระดับของแต้มพิเศษ ซึ่งระดับที่ว่านี้ได้กำหนดค่าของแต้มพื้นฐานไว้ตายตัว ประกอบไปด้วย

ระดับ 3 – 5 ฮัง ที่คำนวณตามสูตรแล้วได้แต้มพื้นฐานสูงกว่า 2000 แต้ม จะถูกกำหนดให้ไม่เกิน 2000 แต้มนี้ และเรียกระดับของแต้มที่ได้นี้ว่า มังกัง(満貫)
ยกตัวอย่างเช่น แต้ม 3 ฮัง/70 ฟุ เมื่อลองคำนวณตามสูตร
แต้มพื้นฐาน = 70 x 2^(han + 2) = 70 x 2^5 = 70 x 32 = 2240 เกิน 2000 แต้ม ถูกปรับให้เหลือ 2000 และเรียกระดับของแต้มนี้ว่า มังกังนั่นเอง

และตั้งแต่ระดับ 6 ฮังขึ้นไป จะไม่มีการเอาแต้มฟุ มาเกี่ยวข้องอีก

ระดับ 6 – 7 ฮัง จะได้แต้มพื้นฐาน 3000 แต้ม เรียกระดับของแต้มนี้ว่า ฮาเนะมัง(跳満)*1.5 เท่าของ มังกัง
ระดับ 8 – 10 ฮัง จะได้แต้มพื้นฐาน 4000 แต้ม เรียกระดับของแต้มนี้ว่า ไบมัง(倍満) *2 เท่าของ มังกัง
ระดับ 11 – 12 ฮัง จะได้แต้มพื้นฐาน 6000 แต้ม เรียกระดับของแต้มนี้ว่า ซัมไบมัง(三倍満) *3 เท่าของมังกัง
ตั้งแต่ 13 ฮังขึ้นไป จะได้แต้มพื้นฐาน 8000 แต้ม เรียกระดับของแต้มนี้ว่า ยาคุมัง(役満) *4 เท่าของมังกัง

ตารางแต้ม
เนื่องจากวิธีการคำนวณคำแนนของไ่พ่นกกระจอกญี่ปุึ่่นค่อนข้างยุ่งยาก สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นจึงนิยมใช้ตารางคะแนนช่วย

ตารางแต้มของเจ้ามือ(oya)

ตารางแต้มของลูกมือ(ko)

คำอธิบายตาราง
*ตัวเลขในวงเล็บคือแต้มที่ได้เมื่อสึโมะ ส่วนของลูกมือมีอยู่ 2 ตัวในวงเล็บ ตัวแรก จะเป็นแต้มที่ได้จากลูกมือ ส่วนตัวหลังคือแต้มที่ได้จากเจ้ามือ
* แต้ม 25 ฟุเป็นแต้มสำหรับหน้าไพ่ยาุคุ Chii-toi-tsu (7 คู่) เท่านั้น
แต่สำหรับท่านที่อยากฝึกคำนวนก็อาจจะใช้ตารางช่วยตรวจคำตอบ เมื่อคำนวณจนชินแล้วการใช้ตารางก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงครับ

มังกังที่เกิดจากการปัดขึ้น (Kiriage Mangan: 切り上げ満貫)
อันนี้เป็นกฎเสริมพิเศษ แต่มีเกมส์ไพ่นกกระจอกอยู่หลายเกมส์ที่ใช้กฎนี้ เนื่องจากเคยประสบกับตนเองคือสงสัยว่าที่ตัวเองเคยคำนวณไว้ผิดหรือเปล่า แท้ที่จริงแล้วมันเป็นเพราะเกมส์นั้นใช้การคำนวณแต้มแบบนี้นั่นเอง
ก่อนอื่นให้ดูที่ระดับของแต้ม 2 ระดับได้แก่
- 60 ฟุ/3 ฮัง
- 30 ฟุ/4 ฮัง
ที่สองระดับนี้จะได้แต้มพื้นฐานเท่ากัน คือ 1920 แต้ม (ลองฝึกคำนวณดูด้วยนะครับ) ในกรณีของเจ้ามือเวลาชนะด้วยการ ron ก็จะได้แต้มเป็น 1920 x 6 = 11520 ได้เป็น 11600 แต้ม ในกรณีที่เป็นลูกมือ ก็จะได้ 1920 x 4 = 7680 ได้เป็น 7700 แต้ม
ด้วยความที่ว่า แต้มที่ได้มีความแตกต่างเล็กน้อยกับระดับมังกัง บางกฎจึงยอมรับให้คะแนนระดับนี้เป็นมังกังเลย และเรียกว่า “มังกังที่เกิดจากการปัดขึ้น”
ซึ่งทั้งนี้ก็แล้วแต่การตกลงกันระหว่างผู้เล่นอีกที

ฮอนบะ / ไม้ริจจิที่ค้างอยู่ กับคะแนนสุทธิ
ในกรณีที่มีไม้ฮอนบะ กับ ไม้ริจจิที่เหลืออยู่จากการเล่นในรอบที่แล้ว (เนื่องจากริจจิแล้ว อาการิไม่ได้ จะถูกยึดไม้ไว้ที่กองกลาง) ซึ่งไม้ริจจิที่ค้างอยู่นี้รอให้คนที่เป็นผู้ชนะเก็บไป
พูดถึงไม้ฮอนบะอีกรอบนะครับ ไม้ฮอนบะ เป็นไม้ 100 แต้มที่จะใช้นับแต้มโบนัสที่จะได้รับ ตามกฎปกติจะให้โบนัส 300 แต้มต่อ 1 อัน จำนวนของไม้นี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งต่อไปนี้
1. เจ้ามือไม่แพ้ (ดู renchan ประกอบ)
2. จบรอบโดยไม่มีใครชนะ (ดู ryuukyoku ประกอบ)
*บางกฏไม่ถือว่ากรณีที่ 2 ได้ไม้ฮอนบะเพิ่ม อันนี้แล้วก็แล้วแต่จะตกลงกัน
และจะลดกลับไปเป็น 0 เมื่อ มีคนที่ไม่ใช่เจ้ามือเป็นคนอาการิ

สมมุติว่ารอบนี้มีไม้ฮอนบะสะสมอยู่ 3 ไม้ และมีไม้ริจจิค้างไว้ที่กองกลางอยู่ 2 ไม้
ถ้าตานี้เจ้ามือชนะ ด้วยการล่ง แต้มสุทธิ 11600 แต้ม แต้มจริงๆ สุดท้ายที่เขาจะได้จะเป็น 11600 + (300 x 3) = 12500 แต้ม จากคนที่เขาไปล่งมา จะเห็นว่าคนที่โดนล่งต้องเสียค่าไม้ฮอนบะ 3 ไม้ คนเดียว (ไม้ละ 300 3 ไม้รวมเป็น 900)
แต่ถ้าเจ้ามือชนะด้วยการ tsumo ในกรณีนี้ทุกคนจะต้องเสียค่าไม้ฮอนบะ คนละ 100 ต่อ 1 ไม้ เช่น ถ้าตานี้เจ้ามือ สึโมะด้วยแต้ม 3900 รอบวง เขาจะได้แต้มสุทธิจากแต่ละคนเพิ่มจาก 3900 กลายเป็น 4200 แต้ม
และสุดท้ายเจ้ามือที่ชนะก็จะได้ไม้ริจจิของกองกลางที่เหลือค้างไว้ไปด้วย รวมแล้วได้ไปอีก 2000


*โบนัสนี้ได้เฉพาะคนที่อาการิได้เท่านั้น

โดร่า(Dora)
เป็นไพ่ที่ถ้าสามารถรวบรวมไว้ในชุดไพ่ได้ จะทำให้ได้ แต้มฟรีๆ 1 ฮังต่อ 1 ใบ
โดร่ามีอยู่ 2 ชนิด
1. โดร่าทั่วไป
2. โดร่าแดง

โดร่าทั่วไป คือโดร่า ที่กำหนดขึ้นมาจาก ไพ่ตัวกำหนดโดร่า หรือ ที่เรียกสั้นจนติดปากชวนสับสนว่า “โดร่า” ซึ่งเป็นไพ่ที่วางอยู่ในกองไพ่พิเศษ (wanpai) ในแต่ละเกมส์จะมีไพ่ที่ใช้กำหนดโดร่ามีอยู่ทั้งหมด 5 กอง รวม 10 ใบ โดยไพ่ในกองกำหนดโดร่ากองแรกใบบนจะถูกเปิดทุกครั้งในตอนเริ่มเกมส์ ส่วนอีก 4 กองที่เหลือ เราเรียกว่ากองของ Kan-dora ซึ่งเป็นไพ่กำหนดโดร่าที่จะหงายขึ้นต่อเมื่อมีการคั่ง (การหงายจะหงายเฉพาะใบที่อยูด้านบนเท่านั้น)
ส่วนไพ่กำหนดโดร่า 5 ใบล่างที่วางคว่ำอยู่ ซึ่งเรียกว่า “Ura-dora” ไพ่พวกนี้จะถูกหงายขึ้นมาด้วยกรณีเดียว คือ เมื่อมีคนชนะ โดยมียาคุ ริจจิ เป็นองค์ประกอบการชนะ (ว่าง่ายๆ ก็คือ ต้องริจจิถึงจะได้ดูไพ่กำหนดโดร่าตัวใต้) โดยจำนวนของไพ่กำหนดโดร่าที่จะเปิดได้ จะเปิดได้เฉพาะกองที่มีตัวกำหนดโดร่าใบบนหงายอยู่เท่านั้น เช่น ถ้ามีการคั่ง 2 ครั้งเกิดขึ้น แสดงว่าตอนนี้มีตัวกำหนดโดร่าเปิดอยู่แล้ว 3 ใบ ดังนั้นที่ใต้ 3 กองนี้อีก 3 ใบ ก็รอให้คนที่ริจจิแล้วชนะได้มาเปิด

ย้ำอีกครั้งนะครับว่า ไพ่กำหนดโดร่า กับ โดร่า คือคนละตัวกันนะครับ (ด้วยเหตุนี้ผมถึงพยายามหลีกเลี่ยงไปใช้คำว่า “ไพ่กำหนดโดร่า” กับ “ไพ่โดร่า”)

ทีนี้เวลาคำนวณแต้มทุกครั้ง เวลาที่นับฮัง หลังจากที่นับฮังที่ได้จากยาคุครบแล้ว จะมีการนับฮังที่ได้เพิ่มจากโดร่า ซึ่งความสัมพันธ์ของไพ่กำหนดโดร่า กับ ตัวโดร่าเป็นดังนี้

ชุดไพ่เลข: ตัวโดร่าจะเป็นเลขหลังจากตัวกำหนดโดร่า (ยกเว้นตัวกำหนดโดร่าเป็น 9 ตัวโดร่าจะกลายเป็น 1)
ชุดไพ่ลม: ตัวโดร่าจะเป็นลมทิศที่อยู่ระดับต่ำกว่าจากลมทิศก่อนหน้า (เรียงเหมือนกับการวิธีวนรอบในการเล่น)
ชุดไพ่มังกร: อันนี้ต้องจำ (ขาว->เขียว->แดง->ขาว) (คนญี่ปุ่นท่อง はく-はつ-ちゅう จะท่องยังไงก็แล้วแต่ละกันครับ)

หรือดูตามตารางข้างล่าง

ตัวโดร่าที่เปิด(ไพ่กำหนดโดร่า) ตัวโดร่าที่แท้จริง

ส่วนโดร่าแบบที่สองหรือที่เรียกว่า โดร่าแดง เป็นไพ่เลข 3, 5, และ 7 ที่ทาสีแดง (นิยมใช้เลข 5) ซึ่งถ้าชุดไพ่ที่ชนะมีไพ่เหล่านี้อยู่กี่ใบก็จะได้ฮังเพิ่มขึ้นตามนั้น

อย่างเช่น ชุดไพ่

มีโดร่าแดง 3 ตัว ก็เสมือนว่ามีโดร่า 3 ตัว ก็จะได้แต้มเพิ่มอีก 3 ฮัง

*โดร่าไม่ใช่้ยาคุ ดังนั้นหน้าไพ่ที่มีโดร่าอย่างเดียวแต่ไม่มียาคุ ก็อาการิไม่ได้นะครับ

บทเพิ่มเติม

ในส่วนนี้จะเป็นการเพิ่มเติมในส่วนของเนื้อหาเรื่องการอาการิ จากที่ในคราวที่แล้วผมได้แนะนำสาเหตุที่อาการิไม่ได้ไปแล้วหนึ่งแบบนั้นคือ การไม่มียาคุ คราวนี้จะมาแนะนำในกรณีที่ ขานอาการไม่ได้เนื่องจากมีแต้มไม่พอ

ปกติแล้วการจะขานชนะได้ในแต่ละครั้ง นอกจากจะต้องมีอย่างน้อย 1 ยาคุแล้ว ผู้เล่นยังจำเป็นต้องมีแต้มอย่างต่ำคือ 30 ฟุ กับ 1 ฮังเป็นอย่างน้ิอย ซึ่งในกรณีนี้จะมีหน้าไพ่หนึ่งที่โอกาสเกิดเหตุการณ์ ที่เรียกว่า แต้มไม่พอขาน นั่นก็คือหน้าทันเยา แบบหน้าไพ่เปิด หรือที่เรียกกันว่า guitan

สมมุติว่าตอนนี้มีหน้าไพ่เป็นดังนี้

เคยเรียก  กับ  ไป

และชุดไพ่นี้ไม่ได้รับโดร่าใดๆ เลย
จะเห็นว่าชุดไพ่นี้รอ  หรือ  ก็จะสามารถชนะได้ ในกรณีนี้หากชนะด้วยการสึโมะ จะได้ 20 + 2(จากการสึโมะ) ทำให้ได้ 30 ฟุ กับ 1 ฮัง(จากทันเยา) แต่ถ้าเกิดไป ron จะทำให้ชนะด้วยแต้ม 20 ฟุ 1 ฮังซึ่งไม่สามารถจะขานอาการิได้
ในกรณีนี้ วิธีชนะจึงมีอยู่เพียงทางเดียวคือ ต้องหาฟุเพิ่มให้ได้ อย่างน้อย 2 ฟุ เช่น สมมุติมีคู่ต่อสู้ทิ้ง   หรือ  หรือ  ลงมาก็ให้เรียกไพ่ด้วยการ pon แล้วตัด  ทิ้ง จะได้รอชุดตองซึ่งตอนนี้เราได้ฟุเพิ่มจากชุดตองที่เรียกแล้ว ทำให้แต้มพอไปอาการิได้

ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ที่จะผิดพลาดในการคำนวนแต้มก็คือ การเข้าใจผิดว่ามียาคุ Pinfu ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับยาคุ Pinfu กันก่อนนะครับ

Pinfu(平和) เป็นยาคุ 1 ฮัง, เงื่อนไขคือ หน้าไพ่ต้องปิดเท่านั้น
พินฟุหากแปลตามตัวอักษรจะ แปลว่า “ความสงบ” แต่ในที่นี้จะหมายถึง ไม่มีฟุ นั่นคือหน้าไพ่ที่จะได้ยาคุนี้จะต้องเป็นหน้าไพ่ที่ไม่ได้ฟุใดๆ เลยนอกจาก ฟุเริ่มต้น 20 ฟุ กับ ฟุที่ได้จากการล่งหน้าไพ่ปิด 10 ฟุ เท่านั้น

สถานการณ์: ผู้เล่นกำลังอยู่ในรอบตะัวันออก และลมทิศของเขาเป็นลมใต้ สมมุิติหน้าไพ่ที่มีเป็น
รอ 2 ด้านคือ  กับ 

ถ้าเขาไม่ริจจิแต่พยายามเล่นแบบ Yami-Ten(การรอ Ten-pai โดยไม่ขานริจจิ) เพราะกลัวคนอื่นจะระวังไม่ทิ้งไพ่ที่ต้องการลงมา เขากำลังรอเก็บยาคุ pinfu เพราะคิดว่ารอ 2 ด้านจะทำให้ไม่เกิดฟุ ในกรณีๆ นี้เขาทำเกือบจะครบเงื่อนไขแล้วครับ แต่เขาก็พลาดเพราะว่า เขาลืมไปว่าตนเองเล่นอยู่ในรอบตะวันออก ในที่นี้มีตัวหนึ่งที่ทำให้เกิดฟุ บนไพ่ของเขานั่นก็คือ คู่ลมทิศตะวันออกนั่นเอง (2 ฟุ)

แต่ถ้ากลับกันหน้าไพ่ของเขาเป็น

รอ 2 ด้านคือ  กับ 

ในกรณีนี้ถ้ามีคนทิ้งไพ่ที่เขารอลงมา เขาสามารถล่ง ได้ด้วยหน้าไพ่ ที่มียาคุ พินฟุ เพราะว่า คู่ลมที่ไม่ใช้ของตนเอง (otakaze) ไม่มีฟุนั่นเอง

ก็คิดว่าคงจะคลายความสงสัยของหลายๆ ท่านได้นะัครับ

บทสรุป
บทนี้ก็เกี่ยวกับวิธีการคิดแต้มอย่างเดียวเลย สำหรับท่านใดที่อยากฝึกการคิดแต้ม แนะนำให้ฝึกกับเกมส์ดู เวลาที่เล่นจบในแต่ละรอบก็ให้ลองฝึกคำนวณแต้มที่จะได้รับ ต้องฝึกคำนวณบ่อยๆ จะทำให้สามารถคำนวณได้ชำนาญขึ้นครับ

ส่งท้ายบทนี้ด้วยแบบฝึกหัดไปลองคิดเล่นๆ ดู (แนะนำให้ดูแผนผังยาคุประกอบไปด้วย ดูได้ที่ http://sakuranomiya.exteen.com/20090512/entryครับ)

สถานการณ์: ขณะนี้เป็นรอบตะวันออก / ผู้เล่นที่ชนะเป็นเจ้ามือ (ทิศตะวันออก) โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือ
ในตาที่ 8 เขาได้ประกาศริจจิ หลังจากนั้นในการหยิบไพ่ของเขาในตาที่ 9 ทำให้ไพ่ของเขาสามารถอาการิได้ เขาจึงประกาศสึโมะ

หน้าไพ่ของเขาเป็นดังนี้

เขาจั่วได้ไพ่  มาสึโมะ

และรอบนี้โดร่าที่เปิดอยู่เป็น  โดร่าตัวล่างที่เปิดได้เป็น 

อยากรู้ว่า เขาจะได้แต้มสุทธิเป็นเท่าไร

เฉลย (ลากแถบดำเพื่อดูเฉลยครับ)

รอบนี้เขาจบด้วยยาคุต่อไปนี้
- Riichi (1 han)
- Ippatsu(1 han) : อาการิได้ทันทีในรอบนั้นเลย (ในที่นี้ได้เพราะ ยังไม่ได้ทิ้งไพ่หลังตัวถัดจากใบที่ริจจิไปเลย แต่สึโมะได้ก่อน)
- Tsumo(1 han) : สึโมะด้วยหน้าไพ่ปิด
- Pinfu(1 han): เพราะทิศเหนือเป็นคู่ลมทิศของคนอื่นจึงไม่มีฟุ ไพ่ทั้งมือเป็นชุดเรียง และไพ่ที่รอเป็นการรอแบบ 2 ฝั่ง(ไม่มีฟุ)
- Sanshokudoujun(2 han): มีไพ่ชุดเรียงที่มีเลขตรงกัน 3 ชุด แต่ละชุดเป็นไพ่ต่างชนิดกัน ในทีนี้คือชุดเ้รียง 345 นั่นเอง
- โดร่าแดง 1 ตัว ได้ 1 ฮัง
- โดร่าตัวใต้ที่เปิดเป็นทิศตะวันตก ซึ่งตัวโดร่าที่แท้จริงของมันคือ “ทิศเหนือ” ซึ่งบนมือมีทิศเหนืออยู่ 2 ใบ จึงได้โดร่าเพิ่มอีก 2 ตัว เป็น 2 ฮัง

รวมแล้วได้ทั้งหมด 1 + 1 + 1 + 1 + 2 + 1 + 2 = 9 ฮัง
คะแนนระดับ 9 ฮัง เป็นคะแนนระดับพิเศษ ซึ่งไม่จำเป็นต้องคำนวนฟุ ซึ่งเมื่อดูระดับแ้ต้มพิเศษ ระดับ 8 – 10 ฮังเป็นแต้มในระดับ ไบมัง(Baiman) ซึ่งมีแต้มพื้นฐานเป็น 4000 แต้ม
เนื่องจากเจ้ามือสึโมะ ทำให้ได้แต้มเป็นสองเท่าของแต้มพื้นฐาน ได้ 4000 x 2 = 8000 จากลูกมือทุกคน รวมแล้วได้แต้มรวมทั้งหมด 8000 x 3(คน) = 24000 แต้ม

เครดิตบทความจากเวป

http://kotorichan.exteen.com/20090526/4-furiten

Tags: , , ,


Comments are closed.